[Review]We Have Always Lived in the Castle : บนดวงจันทร์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

คำเตือน: อย่าเสพหนังสือเล่มนี้ ในขณะที่ท่านมีอาการปวดศีรษะหรือมีสภาพจิตใจที่เปราะบาง

ฉันชื่อแมรี แคเธอรีน แบล็ควูด อายุสิบแปดปี ใช้ชีวิตอยู่กับคอนสแตนซ์ผู้เป็นพี่สาว บ่อยครั้งฉันคิดว่า ถ้าโชคเข้าข้าง ฉันคงได้เกิดเป็นมนุษย์หมาป่า เพราะสองนิ้วที่อยู่ตรงกลางของมือทั้งสองข้างของฉันมีความยาวเท่ากัน แต่ฉันจำต้องพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ฉันไม่ชอบการอาบน้ำ ไม่ชอบหมา และเสียงหนวกหู ฉันชอบคอนสแตนซ์ พี่สาวของฉัน ริชาร์ด แพลนทาเจเน็ท และเห็ดพิษ อะมานิตาฟัลลอยด์ คนอื่นในครอบครัวของฉันตายหมดแล้ว

ความสุดยอดของหนังสือเล่มนี้ มันอยู่ที่ย่อหน้าแรกนี่แหละ เมื่อเราได้ทำความรู้จักกับ “แมรี แคเธอรีน แบล็ควูด” หรือที่พวกเขาเรียกกันสั้น ๆ ว่า “แมร์ริแค็ท” ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดก็พอจะบอกให้ใครก็ตามที่อ่านย่อหน้านี้รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้มันไม่ปกติใช่ไหมล่ะ ใช่ มันไม่ปกติ และหนังสือเล่มนี้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองของเธอ

คฤหาสน์ลึกลับ อาหารมื้อสุดท้าย ฆาตกรรมหมู่ หญิงสาว และเห็ดพิษ

คฤหาสน์ลึกลับ อาหารมื้อสุดท้าย ฆาตกรรมหมู่ หญิงสาว และเห็ดพิษ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกถูกดึงดูดด้วยคำศัพท์เหล่านี้ล่ะก็ คุณอาจจะพบว่าหนังสือเล่มนี้ช่างพอเหมาะพอเจาะจนเกือบดูเหมือนว่ามันเกิดมาเพื่อคุณ

แมร์ริแค็ทเป็นเด็กสาววัยสิบแปดปีผู้ที่ต้องการจะไปอาศัยอยู่บนดวงจันทร์กับคอนสแตนซ์ผู้เป็นพี่สาว เธอจะพาคุณเข้าไปสำรวจโลกผ่านมุมมองที่แปลกพิสดารไม่เหมือนใคร ในโลกที่เธอจะทำอะไรก็ได้ เพราะที่นั่นไม่มีใครเป็นเจ้าของ

“ทุกอย่างจะปลอดภัยเมื่ออยู่บนดวงจันทร์”

“บนดวงจันทร์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” เป็นวรรณกรรมผลงานเล่มสุดท้ายของนักเขียนชาวอเมริกัน เชอร์ลีย์ แจ็คสัน ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1916-1965 เธอเป็นที่รู้จักในแวดวงนิยายลึกลับสยองขวัญ และได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าแม่นิยายกอธิกแห่งยุคศตวรรษที่ 20 เชอร์ลีย์เกิดและเติบโตที่แคลิฟอร์เนีย เธอมักจะเข้ากับเด็กในวัยเดียวกันไม่ได้ ซึ่งส่งผลให้เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเขียนหนังสือ

“ฉันรักเธอ คอนสแตนซ์” ฉันพูด

“ฉันก็รักเธอ แมร์ริแค็ทจอมทึ่ม”

แมร์ริแค็ทอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แบล็ควูดกับพี่สาวนามว่า คอนสแตนซ์ และอาจูเลียนผู้เป็นอัมพาต พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกันสามคน ส่วนคนอื่นที่เหลือในครอบครัวได้เสียชีวิตไปหมดแล้วจากเหตุการณ์สารหนูในขวดโหลใส่น้ำตาล เหตุการณ์ที่ยังคอยตามหลอกหลอนให้คอนสแตนซ์รู้สึกผิด มากเสียจนทำให้เธอไม่สามารถที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกได้ ด้วยเหตุนี้เอง หน้าที่จ่ายตลาดหรือยืมหนังสือจากห้องสมุดจึงตกมาเป็นของแมร์ริแค็ท ในทุกๆ สัปดาห์ เธอจะต้องออกไปพบเจอชาวบ้านผู้ที่คอยแต่จะถามถึงอดีต หรือแม้กระทั่งเด็กๆ ในหมู่บ้านที่เอาแต่จะล้อเลียนเธอด้วยเพลงแปลกๆ

แมร์ริแค็ท คอนนีพูด ดื่มน้ำชาสักถ้วยไหมจ๊ะ

โอ ไม่ละ แมร์ริแค็ทตอบ เธอจะวางยาพิษฉันสินะ

แมร์ริแค็ท คอนนีพูด นอนพักสักนิดไหมจ๊ะ

ในหลุมศพ ลึกสิบฟุตนั่นน่ะ!

หากคุณมองอย่างผิวเผิน เหตุการณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปกติ พวกเขาทั้งสามคนใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์แบล็ควูดอย่างสุขสบาย แมร์ริแค็ทรักพี่สาวของเธอ และเธอก็พยายามทำตัวให้ดีต่ออาจูเลียน เพราะเธอคิดว่าเขาคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน ใช่แล้ว ทั้งชีวิตนี้ของแมร์ริแค็ท ขอแค่มีคอนสแตนซ์ของเธออยู่ด้วย เธอก็มีความสุขที่สุดแล้ว แต่แล้ววันหนึ่ง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อ ชาร์ลส์ แบล็ควูด ญาติของเธอตัดสินใจมาเยี่ยมเยียนคฤหาสน์หลังนี้

“แมร์ริแค็ท” คอนสแตนซ์เรียกชื่อฉัน เธอหันมามองและยิ้มให้ “นี่ญาติของเราไง ชาร์ลส์ แบล็ควูด ญาติของเรา ฉันจำเขาได้ทันทีที่เห็น เพราะเขาหน้าตาเหมือนพ่อของเรามาก”

มันคงจะเป็นการแวะเยี่ยมญาติที่ไม่ได้เจอกันมานานแบบปกติสามัญ หากแมร์ริแค็ทเป็นเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง แต่เธอไม่ใช่ แมร์ริแค็ทเกลียดชาร์ลส์ เธอมองว่าเขากำลังเข้ามาก้าวก่ายชีวิตที่แสนสงบสุขในคฤหาสน์แบล็ควูด แมร์ริแค็ทจะทำอย่างไร เธอจะไล่ชาร์ลส์ออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ไหม และเธอจะทำให้คอนสแตนซ์อยู่กับเธอตลอดไปได้อย่างไรบนดวงจันทร์ที่เธอเฝ้าฝันถึงตลอดมา

“เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม คอนสแตนซ์”

ความรู้สึกของเราตอนอ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนเรากำลังเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกสยองขวัญ ที่ช่วงแรกของเครื่องเล่นตัวนี้เป็นรถไฟเด็กที่เคลื่อนตัวไปตามรางอย่างช้า ๆ และระหว่างทางก็มีหักเลี้ยวอยู่เป็นระยะให้เราเสียวเล่น แต่พอเรานั่งไปถึงช่วงท้ายของเครื่องเล่น อยู่ ๆ รางตรงหน้าก็ถูกสับวูบดิ่งพสุธา จากที่เรานั่งรถไฟเด็กที่ตอนแรกนึกว่ามันไม่มีอะไร มันก็กลายเป็นรถไฟเหาะผีสิงไปเลย

แล้วสำหรับดีกรีความน่ากลัวของหนังสือเล่มนี้ อาจจะไม่ถึงที่สุดและไม่ถึงขั้นสยองขวัญหรืออะไร แต่ว่ามันเป็นประเภทที่ยิ่งอ่านแล้วไม่สบายใจเสียมากกว่า

เรื่องความหลอน เราขอยกรางวัลที่หนึ่งให้กับ “บนดวงจันทร์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” เลย คือมันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกกลัวตอนที่กำลังอ่านอยู่ แต่พอถึงตอนจบเท่านั้นแหละ เราสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้อีกเป็นครั้งที่สองแล้ว (ซึ่งสุดท้ายก็ทำไม่ได้ นี่อ่านมาสองรอบแล้ว) ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่มันทำให้เรานอนไม่หลับอยู่หลายวัน เราหวนคิดไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหนังสือ

เราจะเห็นได้ว่า การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดทั้งเรื่องนั้น เชอร์ลีย์ แจ็คสัน(คนเขียน) เขาเขียนไว้สมจริงมาก--มากเสียจนเราคิดว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้จริง ๆ แล้วผู้หญิงแบบแมร์ริแค็ทก็น่าจะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะการที่จะมาให้ถึงจุดจบนี้ คนเรามันต้องจิตวิปริตสักเท่าไรกัน เราอ่านเสร็จแล้วก็อยากไปไล่บีบคอตัวละครทีละตัว (หรือมันจะทำให้คนอ่านจิตไม่ปกติตามกัน) โดยเฉพาะตัวเอกอย่างแมร์ริแค็ทที่เกือบทำไมเกรนกำเริบ เอาเป็นว่า ไปอ่านเถอะ แล้วมาหลอนด้วยกัน

สุดท้ายแล้ว “บนดวงจันทร์” ของแมร์ริแค็ทนั้นจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร มีแต่คุณเท่านั้นที่จะรู้

“เราจะอยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไปใช่ไหม คอนสแตนซ์”

“ฉันมีความสุขมากเลย แมร์ริแค็ท ฉันมีความสุขมากเหลือเกิน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ได้ที่: https://www.paperyard.co/product-page/9786169285502

ร้านหนังสือเปเปอร์ ยาร์ด

101/179 โครงการสำเพ็ง2 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150

Copyrights © 2017 Paperyard.co . All Right Reserved.

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey Twitter Icon
  • icon