บุ๊คคลับ (Book Club) : ประวัติศาสตร์การอ่าน การดื่ม และความเมา


ภาพกลุ่มนักประพันธ์บทละครที่ชื่นชอบงานของ Moliere มารวมกันกัน เป็นจุดเริ่มต้นของ Book Club

โดยปกติแล้วสโมสรหนังสือหรือบุ๊คคลับ (Book Club) ควรจะเกี่ยวข้องกับการอ่านและการพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว กลับเป็นการออกไปรวมกลุ่มดื่ม พูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับหนังสือเป็นเพียงส่วนหนึ่งส่วนเล็กเท่านั้น (โดยเฉพาะในต่างประเทศที่กลุ่มนักอ่านมีขนาดใหญ่)

"บุ๊คคลับ" เริ่มเกิดขึ้นครั้งแรกช่วงศตวรรษที่ 18 (ค.ศ.1701-1800) ในประเทศอังกฤษ เมื่อหนังสือหายากและราคาแพงเริ่มแฝงอะไรที่มากกว่าแค่การอ่าน บุ๊คคลับถูกจัดขึ้นเพื่อช่วยให้กลุ่มนักอ่านคอเดียวกันสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่อ่านได้มากขึ้นและมักจะจัดหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับหนังสือขึ้น แต่ทว่ามันยังเป็นการรวมกลุ่มกันดื่มสังสรรค์และพูดคุยนินทาเรื่องชาวบ้าน ดั่งที่ David Allan ได้เขียนไว้ในหนังสือ Nation of Readers ว่า

"โดยส่วนมากแล้ว อาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเป็นสิ่งที่สำคัญกับอารมณ์ขันของคนเรา ทั้งยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินไปของบุ๊คคลับด้วย"

สโมสรหนังสือในศตวรรษที่ 18 เป็นที่รู้จักจากการเมืองที่รุนแรงในสมัยนั้น

ในศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรมการอ่านเริ่มเบ่งบานมากขึ้นเมื่อสิ่งพิมพ์มีปริมาณมากขึ้น เมื่อมีหนังสือมากมายในท้องตลาด ผู้คนก็เริ่มสรรหาวิธีที่จะเข้าถึงมัน มีห้องสมุดเปิดให้บริการหลายแห่ง ส่วนมากเป็นห้องสมุดหมุนเวียนที่ให้บริการเชิงพานิชย์ ซึ่งต้องเสียค่าเช่าใช้บริการ มันแทบจะเป็นสัญลักษณ์แห่งทศวรรษ 1740 ไปแล้ว เนื่องจากวัฒนธรรมวรรณกรรม (literary culture)ได้กลายเป็นวัฒนธรรมที่แพร่กระจายไปทั่วทุกภาคส่วนของประเทศอังกฤษ อาจมีมากถึงสองร้อยหรือหนึ่งพันแห่งเลยด้วยซ้ำ

ห้องสมุดเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถานที่ไว้ค้นหาหนังสือเท่านั้น แต่ยังเป็นสถาบันทางสังคมอีกด้วย ห้องสมุดขึ้นชื่อแห่งหนึ่งถึงขั้นมีห้องบิลเลียด ห้องจัดนิทรรศการ และห้องสมุดดนตรีด้วยซ้ำ พวกเขาไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบอย่างที่ห้องสมุดควรเป็น แต่เป็นพื้นที่ที่หรูหราอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการพูดคุย ถกเถียง แหล่งรวมตัวของผู้คนจากหลายแหล่ง รวมถึงเป็นที่ชุมนุมของเหล่าคุณผู้หญิงทั้งหลายเมื่ออยู่นอกบ้าน

ห้องสมุดหมุนเวียนในปี 1818

Book Club เองก็เป็นส่วนหนึ่งชองวัฒนธรรมวรรณกรรมนี้เช่นกัน ทุกวันนี้สมาชิกชมรมทุกคนจะต้องซื้อหนังสือเป็นของตัวเอง แต่ในศตวรรษที่ 18 ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของชมรมด้านการอ่านก็คือการรวมทุนสำหรับการซื้อหนังสือมาอ่านให้ได้มากที่สุด (เพราะสมัยนั้นหนังสือราคาแพง) ในสโมสรหนังสือจะมีห้องสมุดขนาดใหญ่ และทุกคนสามารถเข้าถึงและแบ่งปันหนังสืออ่านกันได้

ไม่มีบันทึกที่แน่ชัดนักว่า กิจกรรมของสโมสรในยุคเริ่มเริ่มนั้นมีอะไรบ้าง บางคนก็บอกว่า กิจกรรมก็ไม่ต่างจากยุคปัจจุบันคือการรวมตัวและพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือ แต่ประเด็นทางสังคมกลับเป็นจุดขายสำคัญยิ่งกว่า สมาชิกชมรมมักจะไปรวมตัวกันตามโรงเตี๊ยมไม่ก็พื้นที่สาธารณะหรือร้านกาแฟ สิ่งที่พวกเขาได้นั้นมีมากกว่าการได้เข้าถึงหนังสือหรือตำรามากขึ้น เพราะแม้แต่นักอ่านที่หนังสือสะสมเป็นจำนวนมากก็เข้ามาร่วมด้วยเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น

สโมสรหนังสือแห่งหนึ่งมีการรวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารค่ำ ดื่มด่ำสังสรรค์ เล่นเกมต่าง ๆ ซึ่งงานเลี้ยงอาหารค่ำดูเหมือนจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเช่นกัน เพราะหากสมาชิกคนใดมิได้มาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำเดือนจะต้องจ่ายค่าปรับหนึ่งชิลลิ่ง นอกจากนี้ ใครที่ทำผิดกฎของชมรม เช่น นำสุนัขเข้ามาในห้อง, เปิดเผยคะแนนโหวตของสมาชิก คนคนนั้นจะต้องถูกปรับเป็นไวน์หนึ่งขวด

ภาพประกอบจาก "The Country Book-Club" ของ Charles Shillito ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1788

ในปี 1742 นักเขียนที่ชื่อว่า Charles Shillito ได้เขียนบทกวีลงในหนังสือที่ชื่อ “The Country-Book Club” เพื่อเสียดสีสโมสรหนังสือประมาณว่า สมาชิกรวมตัวกันเพื่อชิมขนมหวานและไวน์องุ่น" เพียงเท่านั้น

The New York Times เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า มันคือ "ความแตกแยก" ของวัฒนธรรมของสโมสรหนังสือ (book club culture) การพบปะกันของเหล่าสมาชิกควรจะเป็นการพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณกรรม หรือการจัดกิจกรรมทางสังคมกันแน่?

ที่มา: atlasobscura