ทำไมหนังสือหายากจึงเฟื่องฟูในยุคดิจิทัล


"Maggs Bros" ผู้จัดจำหน่ายหนังสือโบราณที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชินีฯ กำลังเดินทางไปยังสถานที่แห่งใหม่ในกรุงลอนดอนในสัปดาห์นี้่ เป็นสัญญาณที่ดีว่า ถึงแม้ยุคดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นก็เป็นอนาคตสำหรับศิลปะในการรวบรวมหนังสือหายากเช่นกัน

ร้าน Maggs ได้ย้ายไปอยู่ทาวน์เฮาส์สไตล์จอร์เจียในจัตุรัส Bedford เขต Bloombury นับตั้งแต่ย้ายออกจากที่อยู่เก่าอายุกว่า 80 ปีในจัตุรัส Berkeley เมื่อปี 2015 ในระหว่างนี้ร้าน Maggs ได้ไปเปิดแถวถนน Curzon

Maggs ร้านหนังสือเก่าโบราณก่อตั้งขึ้นโดย "Uriah Maggs" ในปี 1853 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตระกูล Maggs ก็สืบทอดกิจการมาจนถึงทุกวันนี้ โดย Benjamin Maggs ลูกชายของ Ed Maggs กรรมการผู้จัดการคนปัจจุบัน ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันว่า "หนังสือเก่าโบราณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดี"

เขาได้กล่าวว่า "ผมเรียนจบปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์หนังสือ และวิทยานิพนธ์ของผมก็ได้เพ่งเล็งไปยังแนวคิดที่แพร่หลายในช่วงปี '80-'90 ที่ว่า หนังสือกำลังจะตาย และคอมพิวเตอร์จะเข้ามายึดครอง"

"ก็จริงที่ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสิ่งใหม่และมีประสิทธิภาพมากกว่าหน้ากระดาษ แต่ความจริงก็คือว่า สองสิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งที่แตกต่างกัน ในขณะที่คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งใหม่ที่เข้ามาในชีวิตผู้คน ขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องการหลีกหนีออกจากกระแสสังคม นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหนังสือโบราณถึงเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาว"

"ประชาชนในลอนดอนที่มีอายุระหว่าง 20-30 ปีมีจำนวนมากที่สนใจหนังสือหายาก มันจะเป็นชัยชนะสำหรับพวกเราทั้งหมด"

ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า ในปี 2016 ยอดขาย E-books ลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับ Benjamin ผู้เชียวชาญด้านศิลปะและงานฝีมือ

"ยอดขายหนังสือเล่มเพิ่มขึ้น ในขณะที่ยอดขาย E-books ลดลง นั่นเป็นเพราะผู้คนชอบความรู้สึกที่ได้เป็นเจ้าของสิ่งต่าง ๆ มากกว่า หากคุณซื้อหนังสือใน Kindle 100 เล่ม และอ่านพวกมันจนหมด ก็คงหลงเหลือแต่ความรู้สึกว่างเปล่า ในขณะที่คุณใช้เงินไปหมดแล้ว" Benjamin กล่าว

สถานที่ตั้งร้านแห่งใหม่ของ Maggs ไม่อาจเรียกว่า "ร้านค้า" ได้เต็มปาก หากพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า มันเป็นทาวน์เฮาล์สขนาดใหญ่จนถึงใหญ่มาก Benjamin อธิบายว่ามันเป็น "โชว์รูมที่น่าประทับใจ ซึ่งรู้สึกเหมือนเป็นสโมสร" ซึ่งนั่นทำให้มันพิเศษและน่าเข้าหา (exclusivity and accessibility)

บ้านหลังนี้ถูกจัดออกเป็นสามส่วน ประกอบด้วย โซนสมัยใหม่ (Modern), โซนอังกฤษและยุโรปตอนต้น (early British and early European) และการท่องเที่ยว (Travel) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดนิทรรศการกับส่วนจัดแสดงที่จะเริ่มเปิดใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้

ในส่วนของทีมผู้เชี่ยวชาญ-เพื่อนของ Benjamin จะประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเดินทางและการสำรวจ, ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การพิมพ์, ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมในทุกช่วงเวลา รวมถึงวรรณกรรมคลาสสิกฉบับพิมพ์แรก และวรรณกรรมไอริชด้วย

หากคุณเป็นมือเก่าในการค้าหนังสือหายาก คุณอาจจะต้องการมายังร้าน Maggs Bros แห่งใหม่เพื่อหาสิ่งที่คุณกำลังตามหา หรือหากใครอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนหนังสือหายากแล้วล่ะก็ แนะนำให้ไปร้านที่อยู่บนถนน Corson แทน

สุดท้าย Benjamin Maggs ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า "สิ่งที่ดีที่สุดคือการได้ไปที่ร้านหนังสือมือสองใกล้บ้าน และมีความสุขกับการ "ค้นหา" แทนที่จะเข้าร้านออนไลน์"

"ความสนุกคือการได้ไปที่ร้านหนังสือและค้นหาหนังสือของคุณ ถ้าคุณอยู่แต่ในร้านออนไลน์ เป็นอะไรที่ไม่สนุกเลย" เขากล่าว "มีหนังสือหลายเล่มที่ผมอยากเก็บสะสมไว้ ซึ่งสามารถหาได้ทางออนไลน์ แต่ผมไม่ได้สั่งมันมา เพราะมันเหมือนกับการอ่านตอนจบของเรื่องก่อนที่คุณจะอ่านเนื้อหาส่วนที่เหลือทั้งหมด"

ที่มา: spectator

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Maggs Bros รวมถึงโครงการจัดนิทรรศการต่าง ๆ ไปดูได้ที่ www.maggs.com